เตรียมเปิดตัว Mercedes-Benz X-Class

Mercedes-Benz ได้ปล่อยคลิป Teaser อลังการงานสร้าง เตรียมเปิดตัว Mercedes-Benz X-Class กระบะของค่าย เวอร์ชั่นผลิตจริง อย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก 18 กรกฎาคมนี้ ซึ่ง Mercedes-Benz X-Class นั้น เป็นรถกระบะที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Daimler AG และ Renault-Nissan Alliance ด้วยการถือหุ้นไขว้ฝ่ายละ 3.1% ในปี 2010 เพื่อร่วมกันดำเนินยุทธศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

Volker Mornhinweg ผู้บริหารฝ่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เปิดเผยว่า X-Class ถูกพัฒนาอย่างหนักเพื่อให้มีการขับขี่แตกต่างจาก Nissan เหมือนดั่งความเปลี่ยนแปลงจากรูปลักษณ์ภายนอก ถึงแม้ว่า X-Class จะใช้พื้นแชสซีส์, ช่วงล่างหน้าแมคเฟอสันสตรัท และ ช่วงล่างหลังแบบลิงค์ 5 จุด (Navara บางตลาดมีช่วงล่างด้านหลังแบบ Coil Spring 5-Links) แต่ Mercedes-Benz พัฒนาใหม่โดยนำประสบการณ์การพัฒนาเอสยูวีมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ X-Class ขับขี่ดีเยี่ยมทั้งทางออฟโรดและออนโรดสามารถขับขี่เข้าโค้งอย่างเฉียบคมและการบังคับควบคุมที่คมชัด

Mercedes-Benz X-Class  แม้ในเรื่องเครื่องยนต์ จะยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ในรุ่นท๊อปสุด (Top-of-the-line) จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 262 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 63.22 กก-ม. (620 นิวตันเมตร) และ น่าจะเริ่มต้นกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ จาก Nissan Navara ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 45.88 กก-ม. (450 นิวตันเมตร) 

ระบบส่งกำลังคาดว่าอาจจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7G-Tronic 7 จังหวะ หรือ 9G-Tronic 9 จังหวะ และ มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีตัวแรงในตระกูล Mercedes-AMG ที่ใช้เครื่องยนต์ V8 มาเสริมทัพอีกในอนาคต นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All-wheel-drive 4MATIC จะถูกออกแบบให้สามารถลุยหนักได้ Electronic Traction System, transfer case with reduction gear, และ rear differential – inter-axle differential

Mercedes-Benz X-Class   มีไฮไลต์สำคัญคือช่วงล่างหลังแบบลิงค์ 5 จุดพร้อมคอยล์สปริง (Coli Spring 5-Links) มีการปรับจูน สปริง/แดมเปอร์ เพื่อเพิ่มความสบายขณะขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด และถ้ามันเป็นรถกระบะเบนซ์ แน่นอนว่าจะต้องมีการปรับจูนพวงมาลัยใหม่ให้เฉียบคมรองรับการบังคับควบคุม

** Mercedes-Benz X-Class เวอร์ชั่นผลิตจริง เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 18 กรกฎาคมนี้ สำหรับเจาะตลาดยุโรป, แอฟริกาใต้, ละตินอเมริกา และ ออสเตรเลีย